God Mode ใน Windows 7
God Mode เป็นสร้างโฟลเดอร์ให้เป็นแหล่งรวมเครื่องมือในการตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของ Windows 7 ขึ้นมา โดยช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น โดยสามารถเข้าถึงองค์ประกอบของการทำงานทุกอย่างได้ในที่เดียว ไม่ต้องคลิกหลายขั้นตอน
วิธีการทำได้ง่ายๆ ดังนี้
1 สร้างโฟลเดอร์ใหม่ขึ้นมา ที่ใดก็ได้
2 ตั้งชื่อโฟลเดอร์เป็น GodMode.{ED7BA470-8E54-465E-825C-99712043E01C}
เมื่อตั้งชื่อแล้ว ไอคอนของโฟลเดอร์จะเปลี่ยนเป็นไอคอน Control Panel เมื่อดับเบิลคลิกหรือเปิดโฟลเดอร์นี้ขึ้นมา โหมดพิเศษโหมดหนึ่งที่สามารถเข้าถึงคอนโทรลพาเนล (Control Panel) ทั้งหมดของ Windows 7 ในแบบ Standard Classic View จากหน้าโฟลเดอร์เดียวนั่นเอง
ดาวน์โหลดฟรี Rescue CD ที่บูตได้จาก Kaspersky, BitDefender, Avira, F-Secure
ดาวน์โหลดไฟล์เหล่านี้ แล้วเบิร์นใส่แผ่น CD เอาไว้สำหรับกำจัดไวรัส
Kaspersky Rescue CD
http://devbuilds.kaspersky-labs.com/devbuilds/RescueDisk/
BitDefender Rescue CD
http://download.bitdefender.com/rescue_cd/
Avira Rescue CD
http://dl.antivir.de/down/vdf/rescuecd/rescuecd.iso
F-Secure Rescue CD
http://www.f-secure.com/linux-weblog/files/f-secure-rescue-cd-release-3.00.zip
ประสบการณ์การใช้ BitTorrent Co-Location (บิตโคโล) ตอนที่ 1
โหลดไฟล์อย่างไร ให้ Hash ตรงกัน
พอเริ่มมาลองใช้ BitTorrent Co-Location (เรียกสั้นๆ ว่า บิตโคโล) ก็พบข้อดี และข้อเสียต่างๆ ดังนี้
– สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็คือ ดาวน์โหลดได้ไวมากๆ โหลดปุ๊บ ไม่กี่นาทีก็เสร็จ
– ไฟล์ที่มีผู้ปล่อย (Seeder) น้อยๆ บางครั้ง โหลดที่บ้านมา 2 วันก็ไม่ไปไหนมาไหน ก็ทำใจแล้วว่า คงดาวน์โหลดไม่เสร็จ แต่พอใช้ ก็สามารถดาวน์โหลดได้เสร็จในเวลา 1-2 วันจากนั้น
– แทรกเกอร์ในไทย ที่ใช้อยู่เรโช เพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย ยิ่งแทรกเกอร์ที่ให้โบนัสในการปล่อยไฟล์นานๆ ด้วยแล้ว เช่น ได้ค่าอัปโหลด ลบค่าดาวน์โหลด เหลือมากกกว่า 1 TB (เทราไบต์ หรือ 1,000 กิกะไบต์) เรียกว่า ถ้าจะดาวน์โหลดจริงๆ ก็คงไม่รู้จะโหลดอะไร จำนวนมากขนาดนี้
– เราสามารถรีโมตไปที่เครื่องที่เราเช่าใช้งาน ดาวน์โหลดไฟล์จากต่างประเทศแทนเราก็ได้
คราวนี้ มาดูเรื่องที่ต้องกังวัลกันบ้าง จะเอาไฟล์ที่โหลดแล้วมาได้อย่างไรหละ ก็มีหลายวิธี เช่น FTP, โปรแกรมช่วยดาวน์โหลด ความเร็วที่ได้ ก็เป็นความเร็วที่เราเชื่อมต่อกับ ISP นั่นเอง มี 2 Mbps ก็ดาวน์โหลดได้ประมาณ 200 KB/s แต่ก็มีข้อดีข้อเสีย แตกต่างกันไป แต่หากสถานที่เราเช่าใช้บิตโคโลอยู่ เราก็สามารถนำฮาร์ดดิสก์ไปต่อพ่วงเข้ากับเครื่อง แล้วดาวน์โหลดไฟล์ที่เราต้องการใส่ฮาร์ดดิสก์มาเลยก็ได้แล้วถ้าไม่สามารถไปที่สถานที่เช่าบิตโคโลได้ล่ะ จะต้องทำอย่างไร ก็อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้น ทางเดียวที่จะได้ไฟล์ โดยที่ไม่ต้องไปสถานที่เช่าบิตโคโล ดาวน์โหลดจากบิตโคโลนั่นเอง (ถึงแม้ว่า บางแห่งมีบริการเบิร์น DVD ให้ แต่ขนาดเป็น 100 GB คงไม่ไหวแน่นอน)
– FTP ปัญหาในตอนแรก ก็คือ ไม่สามารถ FTP ได้ เนื่องจากเครื่องที่บ้าน ใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นเกตเวย์ เซตไม่เป็น เลยยังทำไม่ได้ (ว่าจะลองเซตเหมือนกัน แต่ไว้ก่อน)
– โปรแกรมช่วยดาวน์โหลด เช่น Internet Download Manager, Download Accelerator, GerRight, Orbit แต่นั่นต้องให้ผู้ให้บริการบิตโคโล เปิดบริการดาวน์โหลดผ่าน HTTP ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การดาวน์โหลดด้วยโปรแกรมช่วยดาวน์โหลด มีข้อดีตรงที่ สามารถดาวน์โหลดต่อจากที่ค้างไว้ได้ และรวดเร็วจริงๆ แต่หากไฟล์ที่โหลดมาหลายๆ ไฟล์ เช่น ไฟล์ในโฟลเดอร์ VIDEO_TS ของแผ่น DVD จะมีจำนวนไฟล์มากมาย และไม่สะดวกในการดาวน์โหลดทีละไฟล์
แต่ทั้ง 2 วิธีนี้ ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ว่า ดาวน์โหลดไฟล์อย่างไร ให้ Hash ตรงกัน
ทำไม Hash ไฟล์ถึงไม่ตรงกัน ไม่ตรงกัน มีผลอย่างไร
ไม่ตรงกัน แปลว่าไฟล์ที่โหลดมา ไม่สมบูรณ์ นั่นเอง หากใช้งาน ก็อาจใช้งานได้ไม่ราบรื่น หรือสมบูรณ์ ตัวอย่างที่เจอ เช่น
– ไฟล์ Windows 7 ที่เป็น ISO หากโหลดมาแล้ว Hash ไฟล์ไม่ตรงต้นฉบับ เวลาติดตั้ง อาจติดตั้งไม่ผ่านได้
– ไฟล์ DVD ที่เป็น ISO หากโหลดมาแล้ว Hash ไฟล์ไม่ตรงต้นฉบับ เวลาติดตั้ง อาจดูภาพยนตร์ไม่จบเรื่องก็ได้
ตัวอย่างไฟล์ที่ Hash ไม่ตรงกัน ขนาดเหมือนกันทุกไบต์ แต่ไม่สมบูรณ์
ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาที่บ้าน
File: D:\– temp\Indiana Jones and the Temple of Doom.iso
Size: 4405231616 bytes
Modified: 4 สิงหาคม 2552, 17:03:54
MD5: B00F0C4B6250519615E96A753754CE5D
SHA1: 628518EF81B9DD0D05F5F40C29A47E50BFEB5A74
CRC32: 7C44A663
ไฟล์ที่เซิร์ฟเวอร์ Co-Lo
File: J:\download\Indiana Jones and the Temple of Doom.iso
Size: 4405231616 bytes
Modified: 3 สิงหาคม 2552, 17:13:46
MD5: E5CDD5D005C6F1CE68F9088381CA58E7
SHA1: 9BAA26E5196F74C57AAA2C3566D24CECA9E4E0D4
CRC32: EACEF190
ไม่ตรงกัน ไฟล์ไม่สมบูรณ์แล้ว ทำอย่างไร ก็ต้อง”ดาวน์โหลดใหม่” แล้ว ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วหรือ ดาวน์โหลดใหม่อะไรจะรับประกันว่า ดาวน์โหลดแล้ว จะได้ไฟล์ที่ตรงกันกับต้นฉบับ (Hash ไฟล์ตรงกัน) นั่นสินะ
แล้วโหลดไฟล์อย่างไรให้ Hash ตรงกัน
ตอนนี้ ที่คิดออก ก็คือ ก็ต้องใช้วิธีดาวน์โหลดผ่านบิตทอร์เรนต์ โดยเราทราบอยู่แล้วว่า ไฟล์ที่โหลดเอาไว้บนบิตโคโล ซึ่งก็แชร์ไฟล์ให้คนอื่นๆ อยู่ด้วย ทำไมจะแชร์ให้เราบ้างไม่ได้หละ สิ่งที่ต้องทำ ก็มีการปรับแต่ง แและวิธีการที่จะให้เราสามารถโหลดบิต เหมือนดาวน์โหลดทั่วๆ ไป ไม่ต้องรอ Seed จากผู้อื่น (ก็เราเป็นเจ้าของไฟล์นั้นอยู่แล้ว ต่อให้เหลือเรา Reseed คนเดียว เราก็ดาวน์โหลดจากบิตโคโล มาที่บ้านได้เต็มสปีด หรือใกล้เคียง)
– จดไอพี และพอร์ตที่ใช้สำหรับโปรแกรม uTorrent บนเซิร์ฟเวอร์บิตโคโล เอาไว้
– จดไอพี และพอร์ตที่ใช้สำหรับโปรแกรม uTorrent ที่บ้าน เอาไว้
– (ที่บ้าน) ปรับแต่ง เกตเวย์ให้ ฟอร์เวิร์ตพอร์ต uTorrent ที่ต้องการ จะได้ค่า Connectable เป็น Yes
– (ที่บ้าน) ปรับแต่ง เกตเวย์ให้ ไม่มีการบล็อกบริการ Peer-to-peer ส่วนของ BitTorrent
– (ที่บ้าน) ปรับแต่ง เกตเวย์ให้ ไอพีของบิตโคโล และพอร์ตที่ใช้ สามารถผ่านเกตเวย์ เข้ามาได้
มาเริ่มดาวน์โหลดไฟล์ตัวเองกัน
1 ให้ดาวน์โหลดไฟล์ทอร์เรนต์ของไฟล์นั้นๆ (ทอเรนต์เราเอง หรือทอร์เรนต์ของคนอื่นก็ได้) แต่ต้องเป็นทอร์เรนต์เดียวกันกับที่กำลังใช้งานใน บิตโคโล
2 เปิดไฟล์ทอร์เรนต์นั้นๆ บน uTorrent แล้วเซฟไฟล์ไว้ที่ที่ต้องการ
3 เลือกรายการทอร์เรนต์ที่ต้องการดาวน์โหลด แล้วดูที่ด้นล่างของจอภาพ เลือกแถบ Peers
4 เราไม่สนใจอยู่แล้วว่า เครื่องเราจะเห็นเพียร์ใดบ้าง แต่สนใจว่า ต้องมี เพียร์ที่เป้นบิตโคโลของเรา (เห็นไอพีของบิตโคโลของเรา)
5 หากไอพีที่เห็นอยู่ อยู่ในรูปของโดเมนเนม ก็ให้ คลิกขวาที่ที่ว่างบนจอภาพ Peers แล้วเลือก Resolve IPs (เอาเครื่องหมายถูก ก็จะเห็นเป็นหมายเลขไอพีปกติ)
6 ให้คลิกขวาที่ Peers แล้วเลือก Add Peer.. ใส่ไอพีบิตโคโลพร้อมด้วยพอร์ตที่ใช้งานลงไป เช่น 203.155.33.1:12345 แล้วตรวจดูจนกว่า เพียร์ที่ปรากฏขึ้นมา (ถ้าไม่ปรากฏ แสดงว่า ต้องเซตค่าอะไรผิดพลาด)
7 ในขณะเดียวกัน เราก็สามารถใส่ไอพีของเรา เข้าไปในเพียร์ของบิตโคโลได้ (รีโมตไปที่บิตโคโล) แล้วเพิ่มไอพีและพอร์ตของเครื่องเราเข้าไป ซึ่งสิ่งที่ควรจะเป็น เครื่องที่บ้านจะเห็นไอพีของบิตโคโล และบิตโคโล ก็จะเห็นไอพีที่บ้านเช่นกัน และจะดาวน์โหลดด้วยความเร็วสูงสุดที่เป็นไปได้ รวมทั้งมีเพียร์อื่นๆ มาช่วยเราด้วย
เมื่อได้ไฟล์มาแล้ว ก็มั่นใจได้ว่า ไฟล์ที่ได้ Hash จะตรงกันแน่นอน

แปลงไฟล์ของ DVD เป็น ISO ฟรีๆ ง่ายๆ
ปกติเป็นคนชอบโหลดบิตทอร์เรนต์อยู่แล้ว คราวนี้ มีปัญหาที่เวลาดาวน์โหลดไฟล์ DVD มา บางทอร์เรนต์ไม่ได้ทำเป็นไฟล์ ISO มาให้ (มาเป็นโฟลเดอร์ VIDEO_TS ที่มีไฟล์หลายๆ ไฟล์อยู่ในนั้น) ซึ่งเวลาจะดาวน์โหลดไฟล์มาไว้ที่เครื่อง โดยผ่าน HTTP (ก็ FTP มีปัญหา ล็อกอินไม่ได้เฉยเลย) ถ้าไม่ทำ ก็ต้องมานั่งดาวน์โหลดไฟล์ทีละไฟล์ ในโฟลเดอร์ VIDEO_TS ซึ่งไม่อยากทำเลย ก็เลยต้องหาวิธีแปลงไฟล์ DVD (โฟลเดอร์ VIDEO_TS) ให้เป็น ISO ก่อน วิธีการ ก็ง่ายๆ ดังนี้
โปรแกรมที่ต้องการ
– Folder2ISO (http://www.trustfm.net/divx/SoftwareFolder2Iso.php?b2=1) ฟรีแวร์พระเอกของเรา
– ImgBurn (http://www.imgburn.com) ฟรีแวร์ สำหรับเบิร์น ISO ลงแผ่น DVD
แปลงไฟล์ของ DVD เป็น ISO
เมื่อดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้ว ก็เตรียมไฟล์ที่จะทำเป็น DVD (ในรูป ISO) ที่ดาวน์โหลดมาแล้ว ใช้ได้เลย
1 สร้างโฟลเดอร์ AUDIO_TS ขึ้นมาใหม่ (เป็นโฟลเดอร์เปล่าๆ ไม่มีไฟล์อะไร) ในโฟลเดอร์เดียวกับ VIDEO_TS (เนื่องจากไฟล์ที่จะประกอบเป็น DVD จะต้องมี 2 โฟลเดอร์เสมอ คือ VIDEO_TS และ AUDIO_TS ซึ่งถ้าไม่มี ก็สร้างขึ้นมาเท่านั้นเอง
2 รันโปรแกรม Folder2Dvd ขึ้นมา แล้วคลิกปุ่ม Select Folder ให้เลือกโฟลเดอร์ที่รวมโฟลเดอร์ VIDEO_TS และ AUDIO_TS เอาไว้
3 คลิกที่ปุ่ม Select Output กำหนดโฟลเดอร์ ชื่อไฟล์ของไฟล์ ISO ที่ต้องการ
4 ช่อง Label Of The Iso ให้ใส่ชื่อเลเบลของ ISO ที่ต้องการ
5 คลิกปุ่ม Generate Iso เพื่อสร้างไฟล์ ISO ที่ต้องการ
เมื่อได้ไฟล์แล้ว ไฟล์ ISO นั้น สามารถนำไปเบิร์นลงแผ่น DVD ได้ทันที โดยอาจใช้ ImgBurn หรือ Nero Express ตามที่ต้องการ

Google ในชีวิตประจำวัน
เมื่อพูดถึง การค้นหาข้อมูล เราคงนึกถึง Google แต่ปัจจุบัน Google เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยที่บางคนอาจยังไม่รู้ตัว เรามาดูกันว่า Google เข้ามาในชีวิตประจำวันของเราอย่างไรบ้าง
Google Calendar (http://www.google.com/calendar)
– จัดการตารางเวลา การนัดหมายต่างๆ สามารถแชร์ตารางเวลากับเพื่อนๆ ได้
– สามารถกำหนดให้โปรแกรมคอยเตือน เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ
– ประยุกต์ใช้เป็นนาฬิกาสำหรับคอยเตือนเหตุการณ์ต่างๆใช้เป็นนาฬิกาปลุก
– สามารถกำหนดการเตือนผ่าน SMS
iGoogle (http://www.igoogle.com)
– รวบรวมบริการต่างๆ ของ Google มาไว้ในหน้าเดียวกัน เสมือนเป็นโฮมเพจส้วนตัว
– ใช้ค้นหาข้อมูลต่างๆ
– ตรวจสอบพยากรณ์อากาศ
– อ่านข่าวที่สนใจ
– บันทึกโน้ตต่างๆ
GoogleDocs (http://docs.google.com)
– สร้างเอกสารที่จำเป็นต่างๆ สามารถเก็บไว้ในอินเทอร์เน็ต ที่เข้าถึงได้ทุกที่ ไม่ต้องกลัวหาย
– สามารถพรีเซนต์งานต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้โน้ตบุ๊กส่วนตัว
-ใช้เก็บเอกสารต่างๆ รวมไปถึงแชร์เอกสารต่างๆ กับเพื่อนๆ
Google Notebook (http://www.google.com/notebook)
– บันทึกโน้ตต่างๆ ที่ต้องการ
Gmail (http://mail.google.com)
– รับ ส่งอีเมลต่างๆ
– ใช้เป็นไดรฟ์เก็บข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
Google Maps (http://maps.google.com)
– ใช้ค้นหาสถานที่ต่างๆ ที่เราต้องการ และตรวจสอบเส้นทางว่า จะไปที่นั้นๆ อย่างไร
– สามารถวิวดูแบบแผนที่ หรือภาพถ่ายดาวเทียมได้
– ถ้าหาสถานที่ในไทย ให้ไปที่ http://maps.google.co.th
Google Earth (http://earth.google.com)
– โปรแกรมที่จะพาคุณไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งภาพที่ได้เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม ที่ถ่ายเอาไว้ในอดีต แผนที่ ภูมิประเทศ อาคาร 3 มิติ สถานที่สำคัญๆ ต่างๆ
– สำรวจพื้นผิวในมหาสมุทร จากผู้เชี่ยวชาญทางน้ำ
– สำรวจดาวอังคาร
Google Reader (http://www.google.com/reader)
– อ่านบริการข่าว RSS อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลา เข้าไปในเว็บหลายๆ เว็บ
YouTube (http://www.youtube.com)
– ดูคลิปวิดีโอสารพัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แอนิเมชันที่ไม่ได้ดู มิวสิกวิดีโอ เทรนนิ่งต่างๆ ฯลฯ
Picasa (http://picasaweb.google.com)
– โปรแกรมจัดการภาพ รูปต่างๆ ที่ดาวน์โหลดได้ฟรี สามารถอัปโหลดเพื่อแชร์ให้เพื่อนๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้
Blogger (http://www.blogger.com)
– ใช้สำหรับสร้างบล็อกส่วนตัว ที่ง่าย และรวดเร็ว
Orkut (http://www.orkut.com)
– เว็บไซต์ Social Networking แบบ Hi5 หรือ Facebook
Mobile Google
– ใช้งาน Google ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ (http://m.google.com)

ดาวน์โหลดไฟล์ HD จาก YouTube แบบง่ายๆ
เราสามารถดาวน์โหลดไฟล์ HD จาก YouTube แบบง่ายๆ เอาไว้ดูในภายหลังได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดใหม่ แค่เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ YouTube แล้วดูไฟล์ที่เราต้องการ อย่าลืมเข้าในโหมด HD จากนั้น แค่เปลี่ยน YouTube เป็น KeepHD เช่น
http://www.youtube.com/watch?v=2TJmbSXzM0E
http://www.KeepHD.com/watch?v=2TJmbSXzM0E
เว็บไซต์ก็จะแสดง ลิงก์ให้เราเลือกดาวน์โหลดว่าต้องการดาวน์โหลดเวอร์ชันอะไร
– FLV Low Quality
– 3gp Mobile Download
– MP4 High Quality
– HD – High Definition 720p
ชอบอันไหน ก็คลิกลิงก์อันนั้น
แล้วเซฟไว้ตามที่เราต้องการโดย ไฟล์
– FLV Low Quality ได้ไฟล์นามสกุล .flv สามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรม KMPlayer
– 3gp Mobile Download ได้ไฟล์นามสกุล .3gp สามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรม KMPlayer, QuickTime และมือถือที่สนับสนุน
– MP4 High Quality ได้ไฟล์นามสกุล .mp4 สามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรม KMPlayer, QuickTime
– HD – High Definition 720p ได้ไฟล์นามสกุล .mp4 สามารถเปิดได้ด้วยโปรแกรม KMPlayer, QuickTime

VIA เปิดตัว Media Processor สำหรับเน็ตบุ๊ก
VIA ได้เปิดตัว Media System Processor (MSP) ที่มีชื่อว่า VX855 ที่สามารถให้การถอดรหัสวิดีโอแบบ 1080p ได้
โพรเซสเซอร์สำหรับเน็ตบุ๊กที่สามารถเล่นไฟล์วิดีโอแบบ 1080p ได้ ในขณะที่ Intel Atom N280 นั้นไม่สามารถที่จะเล่นวิดีโอแบบ Full HD 1080p ได้ (แต่เล่นได้ 720p)
VX855 เป็นโพรเซสเซอร์ที่ใช้พลังงานน้อยมาก ทำให้การดีไซน์ระบบนั้นไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมแต่อย่างไร ตัวโพรเซสเซอร์ยังให้ความสามารถอย่างล้นเหลือทางด้านประสิทธิภาพ 2 และ 3 มิติ

Supported Processors
– VIA Nano / C7 / Eden processor
– 400 – 800MHz FSB speed
Memory Controller
– Up to DDR2 800
– Supports up to two 64-bit DDR2 DIMM slots (4 GB max)
– Supports 16-bit dedicated display frame buffer (optional)
Storage Interface Support
– UDMA IDE
– Support SD/MS/MMC/XD
Peripheral Interface
– Six USB2.0 ports
– One USB2.0 device port
– Supports LPC bus
– Supports SDIO, SPI and UART
Integrated 2D/3D/Video Processor
– VIA Chrome9 HCM DX9 3D engine
– 128-bit 2D engine with hardware rotation capability
– High Definition video processor with VMR capability
– Up to 512 MB frame buffer
Display Interface
– Three 10-bit 350 MHz RAMDACs
– Single – channel LVDS
– 18-bit TTL
Unified Video Decoding Processor
– MPEG-2/H.264 VLD hardware decoding acceleration
– MPEG-4, VC1 and DivX video decoding acceleration
High Definition Audio Interface
– Supports up to 32-bit sample depth at 192 kHz sampling rate
– Supports three codecs and eight streams
– Supports HD modem
Video Capture Port
– One 16-bit input or
– One 8-bit TS input + one Serial TS input or
– CCIR656/601 input + one Serial TS input
Supported Software Standards
– Microsoft DirectX 9.0,
– Microsoft Windows XP and Vista, Win CE and Linux
Power Management
– ACPI 3.0 and PCI Bus Power Management 1.1 compliant
– Snapshot extensive system power management
Package
– Flip-Chip Ball Grid Array (FCBGA)
– Package Size: 27 x 27mm/0.8mm
Core Voltage
– 1.2V
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก
Windows 7 RC จะออกพฤษภาคม 2009 รับ Product Key ฟรีทันที
ข่าวจากไมโครซอฟท์ยืนยันว่า Windows 7 RC (Release Candidate) Public จะออกในเดือนพฤษภาคม 2009 ไม่ใช่อย่างที่ลือกันว่าจะออกในเดือนเมษายน 2009 และเปิดให้ทดสอบเวอร์ชัน RC อย่างช้าในเดือนมิถุนายน June 2009 และ build นี้จะหมดอายุในวันที่ 1 มิถุนายน 2010 โดยจะออกทั้งเวอร์ชัน 32 และ 64 บิต (English, German, Japanese, French, Spanish)
สนใจทดสอบ ไปที่ TechNet หรือที่ Microsoft
คุณจะได้รับ Product Key ที่สามารถ Activate Windows 7 ได้ฟรี โดยไม่ต้อง crack ให้เสียเวลา
หากต้องการดาวน์โหลด Windows 7 สามารถดาวน์โหลดได้จาก BitTorrent ดังๆ เข่น ThePirateBay.org, Mininova.com

เอา Windows ออกจาก Dual-boot
ในกรณีที่ลง Windows XP (เช่นในไดรฟ์ C) แล้วลง Windows 7 หรือ Vista (เช่นในไดรฟ์ D) ทีหลัง โดยลงคนละไดรฟ์กันนั้น สามารถนำเอา Windows ที่ไม่ต้องการออกได้ ดังนี้
เลือกเก็บ Windows 7 เอาไว้ แล้วลบ Windows XP ออก
1. ใน Windows 7 คลิกเมนู Start แล้วพิมพ์ cmd ที่ช่อง search
2. คลิกขวาที่ cmd แล้วเลือก Run as administrator
3. พิมพ์ bcdedit แล้วกด enter
4. พิมพ์ bcdedit /delete {ntldr} แล้วกด enter
เมนู Windows XP ก็จะหายไป เสร็จแล้วฟอร์แมต Windows XP ไว้ได้เลย แต่…
ระวัง..ถ้าลง XP ก่อนแล้วลง Windows 7 ทีหลังจะฟอร์แมตไดรฟ์ C ไม่ได้ เพราะ
ถ้าฟอร์แมตไป Windows 7 จะบูตไม่ขึ้น เพราะ Boot Manager จะอยู่ที่ไดรฟ์ C
จะฟอร์แมตได้ก็เฉพาะกรณีลง windows 7 ก่อนแล้วลง XP ทีหลังเท่านั้น
ส่วนกรณีจะเอา Windows 7 ออก
ให้เข้าไปใน Windows XP แล้วใส่แผ่น Windows 7 เข้าไป
1. คลิกเมนู Start แล้วเลือก Run
2. แล้วพิมพ์ e:\boot\bootsect.exe /nt52 ALL /force แล้วกด Enter (e: คือ ไดรฟ์ DVD)
3. ลบไฟล์ชื่อ Bootsect.bak และ Boot.bak ที่อยู่ในไดรฟ์ C (ไดรฟ์ที่ลง XP) ทิ้ง เสร็จแล้วฟอร์แมตไดรฟ์ที่ลง Windows 7 ไว้ แค่นี้ก็เรียบร้อย
สำหรับกรณีของ Windows 7 ถ้าลงหลัง XP จะทำตามกรณีข้างบนแล้วฟอร์แมตได้ครับ

ปรับเวลานับถอยหลังใน Dual-boot (Windows XP และ Windows 7 หรือ Windows XP และ Vista)
ในจอภาพ Dual-boot จะมีเวลานับถอยหลังในการบูต Windows ที่เลือกเป็นดีฟอลต์ 30 วินาที เราสามารถปรับเวลานับถอยหลังก่อนเข้าสู่ Windows ที่เป็นดีฟอลต์ ได้ดังนี้
1. คลิกเมนู start แล้วพิมพ์ msconfig ที่ช่อง search
2. ในแถบ Boot ให้กำหนด Time out จาก 30 วินาที เป็นเวลาที่ต้องการ
